More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  sea bear on the shorePhotosProfileFriendsMore Tools Explore the Spaces community

sea bear on the shore

Thanks for visiting!
  • December 07 8:47 AM
     
    เฮ้ย เบื่อโลกว่ะ
     
    ทำไงดีวะ
     
    วิวเป็นไงมั่ง
     
  • November 18 3:47 AM
    สวัสดี พี่หมี!
  • August 21 8:35 AM
    เสารนี้จะไปนอนตั้งป้อมรอไปถ่ายงานแต่พี่หน่าที่บ้านน้าแป้ด
    ไม่กลัวตื่นสาย เพราะยายไปนอนด้วย
    ได้ตื่นตั้งแต่ตี3แน่เอ็ง
  • August 12 3:53 PM
    วิว....อ่านบทสนทนาของแกกับยายทีไร ขำก๊ากกกกก จริงๆ
    ยิ่งอันหลังนี่ชอบมาก "ใครโทรมาไม่รู้ บอกว่าไปเรียน2ปี"
    ยายแกน่ารักว่ะ....ว่าแล้วก็คิดถึงคุณยายเราจัง....
     
     
    คิดถึงวิวด้วย...รักษาสุขภาพด้วยนะ 
  • July 01 5:22 PM
    สวัสดี
July 25

เหี้ยขึ้นคอม!





ดังภาพที่ปรากฏ





พี่แอมมาแล้ว





แอบแบ๊ว




จ๋าตามมาสมทบ





เปียมาเสริม





เล่นกันใหญ่









แล้วก็เริ่มคอนเทสต์ผมม้า โดยมีกูเป็นผู้ตัดสิน (ทรมานตาชิบ...)


ผู้ประกวดหมายเลขหนึ่ง
อีมิ้ม
อาร์ตทองส่งเข้าประกวด ภายใต้สโลแกนที่ว่า "ยุงแขยง แมลงขยาด เมื่อมิ้มขยับ"








มีเหรอว่าจะยอมกัน



แล้วก็ออกมาเป็นอย่างงี้










หลังจากนั้น เริ่มประกวดความสามารถพิเศษ
พี่แอมแดกขาด ด้วยท่านี้









ไอ้จ๋าเห็นท่าไม่ดี
ประกาศขอใช้ตัวช่วย





ทำอะไรนะ?





แล้วอีจ๋าเรียกความสนใจจากคณะกรรมการผู้เสือกข่าวได้อย่างดีเชียะ




บันเทิงข้ามประเทศกันไป
ดีใจโคตรที่ได้เห็นหน้าขำขันกัน
ขอบคุณพวกมึงมากที่มาขึ้นคอมกู
คลายความคิดถึงไปได้มากทีเดียว
ไว้ว่างๆ เจอกันอีกนะ
ห่าเอ้ย!

July 15

ในที่สุด...




เป็นระยะเวลายาวนานพอสมควร หลังจากการคุยกันครั้งที่แล้ว
ภารกิจมากมายที่พวกเขาต้องทำ
ทำให้เราไม่มีโอกาสได้เจอกันบ่อยนัก



ล่าสุด
พวกคุณๆ ทั้งหลาย ก็สบโอกาสเหมาะ
เจียดเวลาว่างอันมีค่ามาออนไลน์




และแล้ว
ในที่สุด
เราก็ได้เจอกันซะที!



คิดถึงโคตรๆๆๆ






นี่คือไอ้แม่หมา
ก๋วยจั๊บ สะท้านฟ้า

พอเราเรียกมันที
มันก็ทำมองหาเสียง อย่างงี้...





หลังจากที่ก๋วยจั๊บเหนื่อยกับการมองหา ที่มองไปก็เจอแต่ลำโพง
มันก็ทำหน้าอืมๆ แล้วก็เชิดใส่หน้าจอคอมไป

คิวต่อไป
ไส้อั่ว ตัวผู้
แมนใจตุ๊ดของบ้าน
ไม่พอใจอะไร จะตั้งท่ามาดแมน
เห่าเสียงลั่นบ้าน ดัง "แอ๋ว!"




อาตือ!! สุดหล่อ หน้าบื้อ
อาตือจะไม่ใส่ใจโลก
ใครจะทำอะไร
ก็เรื่องของเขา
ตือไม่เกี่ยว




บ๊ะจ่าง และเกี๋ยมอี๋
สองตัวนี้ ตัวเมีย
สาวสวยหน้าเหี้ยม และหน้าหวาน
ส่วนตัวที่เป็นคนอุ้มอยู่ข้างหลังนั่น ตัวผู้




หลังจากทีค้นพบว่า ตัวอื่นได้รับการอุ้ม และได้รับความสนใจนานเกินไปแล้ว
เจ้าแม่จั๊บก็มาส่งสายตาข่มขู่
ทวงบัลลังก์คืน




อิ่มอกอิ่มใจ
นานๆ ได้คุยกับหมาๆ ที
ดีใจโคตรๆ


เป็นการประกาศให้ใครต่อใครรู้ด้วยว่า
จั๊บก็ออนไลน์เป็นโว้ย!!
ไม่เสียแรงที่ฝึกสอนมันอยู่นาน :)


ดีจริงๆ ที่โลกนี้มีอินเทอร์เน็ต


June 05

หากันจนเจอ


กดดูสถิติคน​​​​​เข้า​​​​​มาอ่าน​​​ space ​​​ของเรา​​​ ​
ซึ่ง​​​​​บ่อยมากที่​​​​​จะ​​​​​มา​​​​​จาก​​​​​คำ​​​​​ว่า​​​ '​​​ถุงน่อง​​​' ​​​และ​​​ '​​​พะ​​​​​โล้​​​' ​

ล่าสุด​​​
​​​มีคน​​​​​เข้า​​​​​มาบังเอิญ​​​ google ​​​ลิงก์มา​​​​​เจอ​​​ space ​​​ของไอ้หมีทะ​​​​​เล​​​ ​
ด้วย​​​​​คำ​​​​​ว่า​​​ '​​​อม​​​ ​​​น้องชาย​​​' !!

​​​ไม่​​​​​เคยคิดเลยว่า​​​ ​​​จะ​​​​​มีคำ​​​​​นี้บันทึก​​​​​อยู่​​​​​ใน​​​​​พื้นที่​​​​​แห่งการมีสาระนี้​​​ ​
แค่มี​​​ ​น้องชาย ​​​ชื่อ​​​ ​​​วอม
​​​แค่นี้ก็กลาย​​​​​เป็น​​​​​ลิงก์ของคำ​​​​​นั้น​​​​​ไป​​​​​ได้​​​ ​
ป้าดดดดดด​​​......




May 09

ผุ


เมื่อที่อุดฟันหลุด
อาการเจ็บปวดที่ซ่อนไว้ภายใต้สารอุดฟัน ก็กำเริบขึ้น
ชีวิตที่เคยอยู่อย่างปกติหลังการอุดฟัน ก็เลยกินอยู่ไม่ปกติ
แม้ว่าจะพยายามรักษาด้วยตัวเองให้ดีอย่างไร
อาการปวดที่ฝังลึกก็ยังคงมีอยู่เนืองๆ


ไม่คิดเลยว่า ความผุลึกของอดีตจะทำร้ายเราได้ขนาดนี้...





March 01

kill bill


ไม่ได้อะไรมากไปกว่า
ได้บิลค่าโรงพยาบาลรักษาหนังตีนแล้ว


emergency fee $207


นี่เฉพาะค่าห้องฉุกเฉิน ที่เราเข้าไปใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที
และไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจาก
1. บอกพยาบาลว่าไปโดนอะไรมา
2. พยาบาลเปิดหนังตีนแล้วก็บอกว่า อู้ว อันนี้ต้องไปที่ burn unit นะคะ
3. ไอ้หมีเดินกะเผลกออกมาจากห้องฉุกเฉิน ไป burn unit ซึ่งอยู่คนละชั้น

จบ

คิดเงินกู $207
america beauty จริงๆ


January 19

เก๊ามีถุงน่องตาข่ายเป็นของตัวเองแล้ว!



สวัสดีปี​​​ใหม่​​​ทุกคน
ช้า​​​ไปไหม​​?

ไม่​​​หรอก
ยัง​​​ไงปี​​​ใหม่​​​ก็​​​ยัง​​​ปี​​​ใหม่​​​วันยันค่ำ
หรือ​​​ว่า​​ ​​เรา​​​ต้อง​​​บอกว่า​​ ​​สวัสดีปีนี้

ปีนี้​​ ​​หลัง​​​จาก​​​ไปท่องเทีี่ยวมหานคร​​ ​​นิวหยอก​​  ​​ที่​​​เล่นเอากูยอกมาหลายวัน
จาก​​​การเดิน​​ ​​เดิน​​ ​​และ​​​เดิน​​ ​​ทริปมาราธอน​​
กลับมาที่นี่​​​ได้​​​อาทิตย์นึง
เราก็​​​ได้​​​ถุงน่องตาข่ายสีขาวนวลมา​​​ใส่​​
สวยงามเชียว

นี่​​​ไง​​ ​​สวยไหม​​?




ถุงน่องนี้​​ ​​ได้​​​มา​​​จาก​​​ความ​​​โง่​​​และ​​​ซวย​​ (อีก​​​แล้ว)​​ ​​ของตัวเรา​​​เอง​​ (อีก​​​แล้ว)
ยกน้ำ​​​ร้อนไปทิ้งเท​​​ใส่​​​ถัง
น้ำ​​​ร้อนที่ร้อนจัด​​ (หน้าปัดบอกว่า​​ 205 ​​องศา​​​เซลเซียส) ​​มันก็​​​ไม่​​​รักดี​​
บอก​​​ให้​​​ลงถัง​​ ​​ลงถัง
ก็ดันพา​​​กัน​​​ออกมานอกถัง
คง​​​จะ​​​อยากมาสัมผัสอุ้งตีนหมี
มันก็​​​เลยกลาย​​​เป็น​​​เสียง​​ ​​ฉ่าาาาาาาาา​​....
กับ​​​เสียง​​ ​​โฮกกกกกก​​......

อันหลังนี่​​​เสียงเรา​​​เอง

โฮกกกกกกกก​​.......

เต็มตีน​​!

ด้วย​​​ความ​​​ร้อนจัด​​
เราก็​​​เอาน้ำ​​​เย็นมาราดเท้า​​ ​​ก่อน​​​จะ​​​ถอดรองเท้าผ้า​​​ใบ​​​และ​​​ถุงเท้าออก
อ้าว
เนื้อติดมา​​​ด้วย​​​เฉย​​...

เนื้อหมีลวก​​ ​​หอมเลย

นั่นแหละ​​ ​​เป็น​​​สา​​​เหตุที่​​​โรงพยาบาลมอบถุงน่องมา​​​เป็น​​​ของขวัญปลอบใจ



ก็สวยดีนะ





(ใครมีหูกระต่าย​​ ​​ช่วย​​​ส่งมา​​​ด้วย)
ใส่คู่ถุงน่องตาข่ายน่าจะเหมาะ

















October 21

จากเพื่อนถึงเพื่อน



พรุ่งนี้ยังมี
แก้วตาคนดีอย่าร้องไห้
เสียแล้ว เสียไป
คร่ำครวญเท่าไหร่ ไม่หวนคืน
ใครเขาลืมเรา
ทำใจให้ลืมเขาเสียบ้าง
รักเขาชืดจาง
รักเรามันก็จางได้เหมือนกัน
จดจำฝังใจทำไม เรื่องร้าวราน
ขอให้ความทรงจำผ่านเลยไปเสียที
ผ่านวันนี้ไปเรื่องราวที่ไม่ดี
พรุ่งนี้จะเป็นเรื่องธรรมดา


แข็งแรงๆ นะทุกคน
แล้วไว้เจอกันวันธรรมดาๆ

คนเหี้ยห่าอย่างเรา อย่ามาซอฟต์ตัวกัน!
ห่าเอ้ย


August 25

คนเราสามารถซวยและโง่ได้ในเวลาเดียวกัน



ว่างจัด แต่ขี้เกียจ
เอาเมลที่เคยส่งให้ประชาชนมิตรรักมาลงดีกว่า
ส่งไปเมื่อสองสามอาทิตย์ก่อน
ตอนที่เพิ่งย้ายห้องหับใหม่ๆ

สวัสดีพ่อแม่ เพื่อนพ้องพี่น้องทุกท่าน

    ตอนนี้ข้าได้ย้ายมายังที่อยู่ใหม่แล้ว ย้ายของมาตั้งแต่วันเสาร์ที่แล้ว แต่ว่า เพิ่งเข้าอยู่จริงเมื่อวันพฤหัส ระหว่างนั้นไปอาศัยบ้านเพื่อนอยู่ไปพลางๆ
    เพราะว่า อะไรน่ะเหรอ?
    อพาร์ตเมนต์ใหม่ไม่มีไฟฟ้าน่ะซิ!
    แต่ตอนนี้ความเจริญได้เดินทางมาถึงแล้ว
    วันเสาร์ที่ผ่านมา ตื่นแต่เช้าตรู่ เจ็ดโมงเช้า ย้ายของอย่างหนักหน่วง หนักจริงๆ ขนของกันอยู่สามคน ถึงกับต้องไปเช่ารถบรรทุกมาขนของ โดยมีไอ้สาขับ (ซึ่งมันตัวเล็กมาก) เพราะว่า เรายังไม่มีใบขับขี่
    ขนของจากอพาร์ตเมนต์เก่าซึ่งเป็นชั้นสี่ มาสู่ชั้นล่าง โชคยังเข้าข้างด้วยการลิฟต์เสีย ต้องลงบันไดสี่ชั้น เพื่อไปขึ้นบันได้อีกสองชั้นที่ห้องใหม่
    ขนของเสร็จ ตอนห้าโมงเย็น ต้องไปทำงานต่ออีก เพราะว่า หาคนแทนไม่ได้ และทางร้านไม่ให้ลางาน
    วันนั้นเป็นวันที่เหนื่อยมาก มากจริงๆ ทำงานจนถึงสี่ทุ่ม
    กลับบ้าน
    วันรุ่งขึ้น
    ป่วย!
    เจ็บคอ เป็นหวัด และกล้ามเนื้ออักเสบ
    เราก็หายาตามตำราที่พ่อเขียนมาให้ กินซะ จะได้หายๆ
    กินยา แล้วก็พัก ตอนเย็นวันอาทิตย์ต้องไปทำงานอีกร้าน บ่ายสามถึงห้าทุ่ม
    ทำงานเสร็จกลับมานอนบ้านเก่า
    ยังไม่หายอยู่ดี
    วันจันทร์อาการหนักกว่าเดิม ไปเรียนไม่ไหว โดดเรียนเป็นครั้งแรก แต่ก็ยังไปขนของที่เหลือและทำความสะอาดห้องเก่าเพื่อคืนห้อง
    วันอังคาร อาการยังไม่ดีขึ้น โดดเรียนอีกรอบ และโทรไปลางาน คราวนี้ลาได้ พักผ่อนไปพอสมควร
    วันพุธ อาการยังไม่ดีขึ้นเลย แต่ว่า กัดฟันไปเรียน เพราะว่า อาทิตย์หน้าสอบ final ไม่อยากขาดเรียนแล้ว
    ผลปรากฏว่า น็อก...
    หลับในห้องเรียนตลอดช่วงเช้า
    ตกบ่ายเลยไปหาหมอที่โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัย
    หมอซักอาการและตรวจนู่นนี่ไปพักใหญ่ เอาไม้พันสำลีมาแยงคอสองรอบ เอาเชื้อไปตรวจ เอาเครื่องมือมาส่องหู ส่องจมูก (คุ้นๆ ว่า ตอนเอาไอ้จั๊บกับไอ้ตือไปตรวจ หมอก็ทำอย่างงี้นี่หว่า...)
    เราบอกหมอไปว่า กินยาปฏิชีวนะอยู่
    หมอด่า!
    แม้ว่าหมอจะใจดีมาก แต่ว่า หมอก็บ่นเป็นชุดเลยว่า ทำไมเมืองไทยให้ซื้อยานี้กินได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์! แล้วก็บ่น แล้วก็บ่น แล้วก็บ่น... ถามเราใหญ่ว่า กินยานี้ทำไม เราก็ตอบไปด้วยหน้าโง่ๆ ว่า ปกติอยู่เมืองไทย เป็นอาการแบบนี้บ่อย ต้องกินยานี้แล้วจะหาย
    เรากินยาผิด!
    หมอบอกว่า อาการนี้มันเหมือนกันอาการที่เราเป็นที่เมืองไทย
    แต่ว่า สาเหตุไม่ได้มาจากสาเหตุเดียวกัน

    โฮกกกกกก.....

    ยาที่เรากิน เป็นยาปฏิชีวนะที่ใช้ฆ่าแบคทีเรีย
    แต่ว่า อาการที่เราเป็นคือ ไวรัส!
   
    นั่นแหล่ะ
    เราออกจากโรงพยาบาลพร้อมกับใบสั่งยาสามชนิด
    กล้ามเนื้ออักเสบ, ไวรัสลงคอ และอาการไอเรื้อรัง
    โชคดีที่ไม่ต้องเสียค่าหมอ เพราะเป็นโรงพยาบาลมหาลัย
    แต่ยังไงก็ต้องเสียค่ายา
    โดนไปซะ $18
    ค่อยยังชั่ว นึกว่า จะแพงกว่านี้...

    กลับมาบ้าน
    ตั้งใจกินยาตามหมอสั่งอย่างเคร่งครัด
    ยาที่นี่แรงมาก มีผลข้างเคียงของยาด้วย คือ มึนหัว
    กินยาตามหมอสั่งไปสองวัน
    วันพฤหัสไปเรียนได้ปกติ อาการยังไม่ดีขึ้นมากนัก
    โทรไปลางานอีกรอบ เพราะว่า อาการยังไม่น่าไว้ใจ
    กลับมาบ้านใหม่ ไฟมาแล้ว
    มึนหัวๆ
    กะว่า จัดของเสร็จแล้วจะพัก
    จัดไปได้พักใหญ่ ไอไม่หยุด มึนหัวๆ หายากิน
    แต่แล้ว ด้วยอาการมึน เราก็อ่านฉลากยาว่า
    ยาแก้ไอ กิน 1-2 tablespoonful
    เดินไปควานหาช้อนโต๊ะ ที่นี่มีแต่ช้อนโต๊ะที่ใหญ่กว่าช้อนโต๊ะปกติ
    ไม่เป็นไรมั้ง เทยาน้ำใส่ช้อน กินไป 2 ช้อน
    เดี๋ยวอาการคงดีขึ้น
   
    สามทุ่มกว่าๆ หลังจากกลืนยาลงคอไปไม่ถึงสามนาที
    ทำไมมึนหัวอย่างงี้วะ
    ยาเขาแรงจริงๆ
    เรายังพยายามจัดของอยู่อีกพักใหญ่
    จัดจนรู้สึกว่า ไม่ไหวแล้ว
    เลยมาเอนตัวนอนข้างเตียง
    มึนมาก บ้านหมุนไปหมด
    ทำไมยามันแรงอย่างงี้วะ...

    เราหลับแบบมึนๆ บ้านหมุนๆ อยากอ้วก
    ซักพัก สี่ทุ่ม สากลับมาจากทำงาน แล้วก็ชวนไปขนของที่เหลือที่ฝากไว้บ้านเพื่อน
    เราก็ออกไปขนกัน
    กลับมาถึงบ้านห้าทุ่ม
   
    เรายกของมาไว้ที่ห้อง
    คลื่นไส้มากๆ
    ประตูห้องยังไม่ทันเปิดดี เราชิงวิ่งไปเข้าห้องน้ำ
    อ้วกแตก!
    อ้วก แล้วก็นอน แล้วก็อ้วก แล้วก็นอน แล้วก็อ้วก
    ฉลองชักโครกบ้านใหม่ได้ดีจริงๆ
    อ้วกไปหมดตัวอยู่สามสี่รอบ
    กินน้ำไปเป็นแกลลอน
   
    เราเริ่มเอะใจว่าทำไมอาการมันแปลกๆ
    ไปหยิบยามาอ่านฉลากอีกที
    ยาแก้ไอ 1-2 TEAspoonful!
    เวร!
    เราล่อไป 2 ช้อนโต๊ะยักษ์
    เท่ากับว่า เรากินยาเกินขนาดไป  4 เท่า!!!

    ตายห่า!
    โชคดีที่อ้วกออกมาหมด
    แต่ว่า ก็ยังมีอาการมึนหลงเหลืออยู่

    เพิ่งเห็นอีกว่า ข้างขวดเขียนว่า การกินยาเกินขนาดโดยขาดการควบคุมของแพทย์อาจทำให้เกิดปัญหาทางเดินหายใจ (serious breathing problem)

    โง่แท้ๆ เลยกู
   
    วันศุกร์ หน้ามึนไปเรียน แล้วก็ไปทำงาน กินยาอย่างระมัดระวัง
    นั่งรถเมล์ไปทำงาน หลับตั้งแต่ต้นสายไปจนป้ายที่จะลง
    โชคดีที่รถเมล์ที่นี่เป็นเวลาที่แน่นอน เราเลยสามารถตั้งเวลาปลุกให้มันปลุกตอนเวลาที่จะจอดที่ป้ายได้
    ทำงานไปอย่างมึนๆ
    กลับบ้าน นอน
    เช้าวันนี้ ตื่นมา อาการดีขึ้นแล้ว
    เสียงยังเป็นเป็ดๆ อยู่ อาการเจ็บคอ หายไปแล้ว
    แต่ยังคงไออยู่เหมือนเดิม
    ไม่รู้เมื่อไหร่จะหาย
    แต่อย่างไรก็ตาม วันนี้ต้องไปทำงานตอนเย็น
    และพรุ่งนี้ก็ต้องทำงาน
    หวังว่าคงจะไม่เป็นไรมาก

    นี่คือความซวยที่มาจากความโง่ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้

 

August 18

วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2550


มองนาฬิกา 1.23 am
เหมือนเป็นสัญญาณนับ 1 2 3
เข้าที่...
เตรียมตัว...
ไป....








ขอให้ทุกคนมีความสุขกับเรา
ขอให้เรามีความสุขกับทุกคน รวมถึงตัวเองด้วย

สุขกันเถอะเรา
ยะฮู้!




August 11

คุยกับยาย (อีกแล้ว)



เมื่อวานสอบเสร็จอย่างสบายใจ
เศร้านิดๆ ที่ไม่สามารถเรียนต่อในโรงเรียนที่อยากเรียนได้
เมื่อวานนี้จึงเป็นวันที่พะอืดพะอมอีกวัน

ไม่เป็นไร
ทุกอย่างต้องผ่านไปได้ด้วยดี
ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม

วันนี้โรงเรียนจัดปาร์ตี้อำลาให้นักเรียนที่เรียนจบคอร์ส
ไปทะเลปลอมๆ มา อิ่มหนำ แถมตอนกลับ เพื่อนญี่ปุ่นชวนไปกินซูชิที่ห้องด้วย
อิ่ม อร่อย มีความสุข ปนเศร้านิดๆ ที่จะไม่ได้เจอเพื่อนแล้ว
แยกย้ายกันกลับประเทศหมด

กลับมาบ้าน
นอนผึ่งพุง สบายอารมณ์
โทรหายายดีกว่า
นานๆ จะว่างที
คิดถึงยายจัง
ยะฮู้!

(เสียงต่อสายโทรศัพท์ทางไกล)
ยาย : ฮัลโหล
เรา : ยาย!
ยาย : วิวเหรอ
เรา : เย่ ยายเก่งจัง จำได้อีกแล้ว
ยาย : ไปไหน ทำไมไม่มาหายายบ้าง
เรา : เรียนอยู่ไงยาย
ยาย : เรียนที่ไหน ทำไมไม่มาหายายบ้าง
เรา : ไกลนะยาย จะให้ไปยังไง อยู่เมืองนอก
ยาย : อ้าวไปเมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกยายบ้าง
เรา : บอกแล้วไง ก่อนมาก็ไปหายาย
ยาย : แล้วไปกี่ปี
เรา : สองปี
ยาย : แล้วไปนานแค่ไหนแล้ว
เรา : หลายเดือนแล้ว
ยาย : แล้วทำไมจะไปไม่บอกยาย
เรา : บอกแล้วไง ก่อนมาก็ไปหายาย (เล่นพูดซ้ำแบบยายมั่ง)
ยาย : แล้วไปอยู่ยังไงล่ะ
เรา : เช่าห้องไง หารกับเพื่อน
ยาย : แล้วกินข้าวยังไง
เรา : ทำกินเอง เนี่ยอยากกินปลาทู
ยาย : อ้าวแล้วที่นั่นไม่มีเหรอ
เรา : ไม่มี อยากกินปลาทูขี้มือยาย
ยาย : แล้วทำไมไม่มาหายาย
เรา : จะไปได้ยังไงล่ะมันไกล
ยาย : แล้วไม่มีพักมั่งเหรอ เรียนน่ะ
เรา : มีปิดเทอมซิ
ยาย : ถ้าพักเรียน แล้วก็มาหายายซิ
เรา : พักน่ะมี แต่ว่า ไม่มีเงิน
ยาย : ...... (เงียบ)
เรา : แหม พูดเรื่องเงินทำเป็นเงียบนะยาย
ยาย : ........ (เงียบอีก)
เรา : อยากมาเที่ยวไหมยาย
ยาย : อยาก แต่ไม่มีเงิน จะไปได้ยังไง (นั่น)
เรา : มาซิ เดี๋ยวส่งเงินไปให้ มาอยู่กับวิวนี่
ยาย : ไปไหนล่ะ
เรา : เมืองนอกไง มาเที่ยว มาอยู่กับวิว
ยาย : อ้าว ไปทำไมไม่บอก
เรา : บอกแล้วไง ก่อนมาก็ไปหายาย (เล่นพูดซ้ำอีกรอบ)

เรายังคุยไปอีกหลายนาที

ก่อนวางหู
ยายอวยพรว่า ให้อยู่ดีๆ มีความสุข
เราบอกยายว่า คิดถึง
ยายทำเสียงอมยิ้ม แล้วก็วางโทรศัพท์ไป
แต่ว่า ยายวางหูโทรศัพท์ลงไม่สนิท เราได้ยินเสียงยายหันไปบอกคนในบ้านว่า
"ใครโทรมาไม่รู้ บอกว่าไปเรียนสองปี..."



July 07

ปลาทูของยาย



อยากกินปลาทูมาก!
เพื่อนบอกว่า ตลาดแถวบ้านมีปลาทูขาย
เห็นทีจะต้องไปพิสูจน์ในเร็ววันนี้
ว่า ทู หรือไม่ ทู

เคยกินปลาชนิดหนึ่ง หน้าตาคล้ายปลาทู
แต่ว่า รสชาติมันไม่อร่อยเหมือนปลาทูที่เราเคยกินมา
หรือว่า เราเคยกินแต่สุดยอดปลาทูวะ?
ทุกวันนี้ยังสงสัยอยู่เลยว่า ไอ้ปลาตัวนั้นที่มันปลอมตัวว่าเป็นปลาทู มันคือปลาอะไรกันแน่




เวลาอยากกินปลาทู แล้วจะคิดถึงยาย
บ้านยายอยู่ราชบุรี
ปลาทูอร่อยอยู่ที่แม่กลอง
แม่น้ำแม่กลองไหลผ่านราชบุรี

แต่ว่า ปลาทูที่อร่อยที่สุดในโลกอยู่ที่บ้านยาย
เพราะว่า เป็นปลาทูที่ยายขยำให้ด้วยขี้มือของยายเอง
ยายจะเอาปลาทูเป็นชิ้นๆ คลุกข้าวสวยร้อนๆ แล้วก็ขยำๆ
อาหารจานโปรดของไอ้หมีเลยล่ะ...




(ถ้ายังไม่รู้จักยายเรา ขอแนะนำให้ย้อนไปอ่านเรื่อง คุณยายกายสิทธิ๋)




ก่อนมาที่นี่ เราไปหายายที่บ้าน เพื่อร่ำลา
ยายยิ้มแป้นมารับเราหน้าบ้าน
พอบอกยายว่า แผนการของเราเป็นอย่างไร
ยายดีใจกับเราด้วยพักใหญ่ อวยพรเรายกใหญ่


และแล้ว....

คุณยายกายสิทธิ์ ก็เข้าโหมดความจำแบบเดิม
สเต็ปเดิม
บทสนทนาซ้ำไปซ้ำมา ว่าด้วยเรื่อง
ยาย : ไปไหนมา
เรา : อ้าวก็มาหายายไง คิดถึง
ยาย : ตอนนี้ทำอะไร
เรา : ว่าง เตรียมตัวเก็บกระเป๋า
ยาย : เรียนจบแล้วเหรอ
เรา : จบมาหลายปีแล้วยาย จบจนจะเรียนใหม่แล้ว
ยาย : จบแล้วเหรอ แล้วทำงานอะไร
เรา : ทำงาน.... ลาออกแล้วเนี่ย

ตบท้ายด้วย

ยาย : แล้วไหนเงินให้ยายล่ะ?!?



วันก่อนโทรหายาย
ด้วยความคิดถึงยาย และแน่นอน
คิดถึงปลาทู

ยายรับโทรศัพท์เสียงดีใจเหมือนเดิม
จำเสียงเราได้เหมือนเดิม

ยาย : ฮัลโหล วิวเหรอ เป็นไงมั่งลูก?
เรา : ยาย คิดถึง เป็นไงมั่ง
ยาย : อ้าว คิดถึงยายแล้วทำไมไม่มาหา
เรา : ก็จะไปได้ไงล่ะ ไม่ได้อยู่ใกล้ๆ
ยาย : อ้าว ไปไหน ทำไมไม่บอกยายก่อน...
เรา : ก็ไปหาแล้วไง จำไม่ได้เหรอ
ยาย : (ทำเสียงน้อยใจ และงอน) จำไม่ได้
เรา : (เหงื่อตกสองเม็ดใหญ่) -_-''
ยาย : ยายแก่แล้ว ไม่มีใครอยากมาหาหรอก วันๆ ก็อยู่บ้านคนเดียว ไม่มีใครเขาหาข้าวหาปลาให้กินหรอก
เรา : -_-''''
ยาย : เนี่ยยังไม่ได้กินข้าวเลย
เรา : -_-""""
(จริงๆ ยายกินข้าวแล้ว เพราะเราแอบถามคนที่ดูแลยายแล้ว)


(จังหวะนี้ เราต้องพยายามพลิกสถานการณ์)


เรา : ยายๆ อยากมาเที่ยวไหม?
ยาย : (เสียงยังคงน้อยใจ) ไม่เอาหรอก ไม่มีใครพาไป

(เวร... แผน A ใช้ไม่ได้)

เรา : ยายๆ กินข้าวยัง (ถามซ้ำ เผื่อยายลืม)
ยาย : ยังไม่ได้กิน ไม่มีใครหาให้กิน (น้ำเสียงยังคงน้อยใจอยู่เหมือนเดิม)

(เวร... แผนนี้ก็ไม่รอด)

เรา : ยายๆ คิดถึง
ยาย : คิดถึงเหมือนกันลูก (น้ำเสียงดีใจ) คิดถึงแล้วทำไมไม่มาหาล่ะ (ตบท้ายด้วยน้ำเสียงน้อยใจ)
เรา : ...

(ไม่รอด...)

เรา : ยายๆ อยากกินปลาทู
ยาย : นี่ไง มีปลาทูอยู่หลังบ้าน ตะกี้ยายเพิ่งกินข้าวกับปลาทูไป
เรา : อ้าว ไหนบอกว่า ยังไม่ได้กินข้าว
ยาย : กินแล้ว เพิ่งกินอิ่มนี่ไง ใครบอกว่า ยังไม่ได้กิน
เรา : อ้าว....

คุยกับยายไปพักใหญ่
แต่ว่า บทสนทนาก็ไม่ได้คืบหน้าไปซักเท่าไหร่
จะเป็นประโยคซ้ำๆ เดิมๆ มากกว่า
แต่เราไม่เหนื่อยที่จะตอบ
สนุกดี
ยายถามซ้ำๆ ได้
เราก็ตอบซ้ำๆ ได้เหมือนกัน
แอบเปลี่ยนคำตอบไปเรื่อยๆ
ยายไม่ทันสังเกตหรอก

ปลาทูที่ยายทำให้กินซ้ำๆ
เราก็ไม่เคยเบื่อๆ

อะไรที่ทำซ้ำๆ บ่อยๆ
เมื่อไม่ได้ทำ
เมื่อไม่มีโอกาสได้ทำ
เมื่อไม่ได้อยู่ใกล้
มันจะสร้างแรงคิดถึงได้อย่างดีเชียว






คิดถึงยาย
คิดถึงปลาทูของยาย



July 01

วิสาขบูชา



เหงาๆ ซึมๆ นะเนี่ยวันนี้...




แปลก
เป็นครั้งแรกตั้งแต่มาถึงที่รู้สึกอย่างงี้

- เหนื่อยมาก แต่นอนไม่หลับ
- การปวดท้องอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการซึม
- อากาศร้อนและเย็นในวันเดียวกัน
- อากาศมันยังปรวนแปรอยู่ทุกเมื่อ ชีวิตก็เช่นกัน
- รู้สึกว่า อยากนั่งอยู่กับใครสักคนโดยไม่ต้องพูดอะไรกันเลยสักคำ
- วันนี้อากาศร้อนมาก ทั้งที่อุณหภูมิไม่ได้สูง
- ปลาทูอาจทำให้หายจากอาการซึมได้ (โคตรจะอ้าง)
- อาการอย่างงี้มักจะเกิดจากการพักผ่อนไม่พอ และต้องทำงานเหนื่อยจัด







รู้แล้วว่าทำไมนอนไม่หลับ!!!!!
(เพิ่งคิดได้ตอนที่พิมพ์นี่แหละ)

ตอนทำงานดื่มชาไทยเยอะไปนี่เอง!



เฮ้ย!

ฮิ้ววว



พอคิดหาสาเหตุของการนอนไม่หลับได้ ก็สบายใจขึ้นมาซะเฉยๆ



เรื่องใดๆ ในโลก ถ้าเราหาต้นเหตุและแก้ที่ต้นเหตุได้ ผลลัพธ์ และผลพวงที่เคยเกิดก็จะไม่ตามมา

โอเค
พรุ่งนี้ จะไม่ซึมแล้ว



:)


June 15

รายงานข่าว(เกือบ)สด จากสำนักข่าวหัวหมี



เมื่อประมาณ 10 นาทีที่่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้ที่ใต้อาคารพักอาศัยแห่งหนึ่ง ใกล้มหาวิทยาลัยชื่อดัง แห่งเมืองสันดิเอโก จังหวัดแคลิฟอร์เนีย
เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนเกือบสิบนาย พร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและรถดับเพลิงรีบรุดเข้าที่เกิดเหตุ เพิื่อระงับภัย
เหตุการณ์ระทึกขวัญดังกล่าวได้เกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสิบนาที เพลิงก็สงบลงโดยไม่มีอะไรเสียหายมากนัก
มูลค่าความเสียหายไม่สามารถประเมินได้
เพราะต้นเพลิงเกิดขึ้นจากถังขยะใบใหญ่ประจำอพาร์ตเมนต์
สันนิษฐานว่า เหตุน่าจะเกิดจากก้นบุหรี่ที่ดับไม่สนิท


จบข่าว
หมีทะเล ประจำเมืองสันดิเอโก รายงาน
(สันดิเอโก เป็นเมืองแห่งหนึ่ง อยู่ระหว่าง สันกำแพง-สันป่าตอง และ สันดาน)


ท่ามกลางการกุลีกุจอดับเพลิงของเจ้าหน้าที่ทั้งหลาย
หมีไทย ไม่ระบุสันดาน ก็ทำหน้าที่ไทยมุงได้อย่างไม่เสียเกียรติประเทศ
ไทยมุง ของจริง...
แม้ว่ามันจะทำหน้าที่ได้อย่าง(น่า)ไม่อายใคร
มันก็โง่ได้อย่างไม่ทำให้ใครผิดหวังด้วยการพลาด ไม่ได้พกกล้องติดตัวมาถ่ายรูปอยู่ดี

เฮ้อ...


May 30

พะโล้ๆ




ผงพะโล้ที่เปิดแล้วโดย เจ้าของห้องคนเก่า
ไม่ระบุวันหมดอายุ
แต่คาดเดาว่า น่าจะใกล้หมดเต็มแก่
ด้วยความเสียดายของ เราต้องให้มันได้ใช้งานอย่างเต็มที่ ดีกว่าขว้างทิ้งเพราะหมดเวลาของมัน
(เก็บแดกนั่นเอง)

เอาล่ะ
เย็นนี้ เราจะทำพะโล้ ไว้กินพรุ่งนี้เช้า
ทำเอาไว้ก่อน พรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องเสียเวลามากนัก
วันนี้อยู่บ้านคนเดียวด้วย
แจ๋ว!

ซื้อเต้าหู้มาแล้ว มีไข่แล้ว
เนื้อสัตว์ มีแต่เนื้อวัว...
อยากกินหมู แต่ว่า รูมเมทเสือกเป็นอิสลาม
เขาอยากกินไก่ แต่ว่า เราก็กินไม่ได้
กูจะกินหมู ก็เสือกทำหน้าแขกใช่ซะอีก

หลังจากตีกันไปสามยกเรื่องเนื้อสัตว์
เนื้อวัวดูจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
เพราะว่า การทำกับข้าวด้วยปลา มันยาก!
มือใหม่ทำครัวอย่างเรา คงจะไม่รอด

เริ่มการทำพะโล้ ด้วยการ... เปิดอินเทอร์เน็ต
ออนไลน์ msn

หมี : เฮ้ย ไอ้ออลย์ วันนี้กูจะทำพะโล้เว้ย
ออยล์ : เออ ดี ขอให้สนุก
หมี : เออ ขอบคุณๆ มันเริ่มต้นยังไงล่ะ?
ออยล์ : ......

แล้วแม่ครัว แชมป์อาหารลอยแก้ว ก็สั่งสอนมาเป็นฉากๆ ดังนี้

ใส่น้ำตาลทรายลงในหม้อเปล่านะ
มันจะละลาย (ไฟไม่แรงมากนะเดี๋ยวไหม้)
แล้วเอาหมูสามชั้นกับผงพะโล้คงไปคลุกในนั้น
จนมันหอม
ให้มันหอม หมูสุกและซึมซับกลิ่นผงพะโล้
ไม่มีกลิ่นคาว
พอมันเริ่มหอมก็ใส่ซีอิ้วดำลงไป
คลุกต่อพอเป็นพิธีก็เอาน้ำใส่
ต้มต่อจนเดือดแล้วค่อยเบาไฟลง
แล้วค่อยเอาไข่ต้มที่แกะเปลือกใส่ลงไปต้อมต่อจนกว่าจะพอใจว่าหมูนิ่มแล้ว
ระหว่างนี้ก็ชิมไปปรุงรสไป
ถ้ามีรากผักชีก็อย่าลืมใส่ลงไปต้มด้วยนะ
พอได้ที่ก็ปิดไฟหั่นผักชีโรยหน้า
เครื่องปรุงรสก็มีซีอิ้วดำ ซอสถั่วเหลือง น้ำปลาหรือเกลือ แต่อย่าใส่มากนะ ชิมไปใส่ไป


ระหว่างขอคำแนะนำจากแชมป์ลอยแก้ว เราก็หันไปขอคำแนะนำพ่อครัวมือดีอย่างน้องชายเราบ้าง ซึ่งมันก็ให้คำแนะนำมาเป็นอย่างดี

เรา : เฮ้ย แก พะโล้น่ะทำไงวะ อยากกินพะโล้ที่ไข่แดงมันชุ่มน้ำน่ะ
น้อง : แกทำตามวิธีที่ข้างซองเขาบอกนั่นแหล่ะ แกก็ต้มให้เดือดแล้วต้มไฟอ่อนไปนานๆ หน่อย ถ้าน้ำแห้ง เติมน้ำไป ถ้าจืดก็เคี่ยวไฟอ่อนให้น้ำระเหยเดียวก็เข้มเอง ไข่จะได้ดำๆ หรือไม่ก็ไม่ต้องอาบน้ำ
เรา : ...

สรุป หลังจากง่วนเป็นหมีติดจั่นอยู่ในครัวมาราธอนถึงสามชั่วโมง
เราก็ได้พะโล้หน้าตาดีมา 1 หม้อเล็กๆ บรรจุไข่พะโล้ เต้าหู้ และเนื้อ กำลังดีเลย
แค่รสชาติเหมือนยาขมนิดหน่อย












ข้อคิดที่ได้จากการทำครัววันนี้ : หวานเป็นลม ขมเป็นพะโล้