sea bear on the... 的个人资料sea bear on the shore照片日志列表更多 工具 帮助

日志


11月23日

อยู่ดีๆ ก็มีผู้ชายล้มใส่!








ดัง โครม!












รถชนน่ะซิ!
จะเป็นอะไรไปได้อีกล่ะ



เรื่องมันเริ่มมาจากความมักง่ายของคนคนเเดียว

เช้าวันนี้ อากาศสดใสมาก
เรา ผู้ไม่ค่อยจะตื่่นก่อนไก่โห่ ก็ถือโอกาสตื่นมาทำนู่นนึ่
และออกมาทำธุระแต่เช้า

แปดโมงกว่าๆ บนถนนแถบสะพานใหม่-พื้นที่ที่ไม่ค่อยได้ผ่านไปบ่อยนัก
โดยเฉพาะในเวลาที่รถติดแบบนี้

ไม่เป็นไร
วันนี้อารมณ์ดี


รถติดไม่ขยับ สามช่องทางการเดินรถ
เราอยู่ช่องที่สาม
ส่วนพี่ผู้ชายคนนั้น ขี่มอเตอร์ไซค์อยู่ในช่องที่สี่ ซึ่งโล่งมาก

และแล้ว
ความซวยก็เดินผ่านมาเส้นทางนั้นพอดี

วัยรุ่นชายแต่งตัวดีคนนึง เดินมาที่เกาะกลางถนน
และตัดสินใจวิ่งข้ามถนนแบบกะทันหัน ที่ใต้สะพานลอย!

พี่มอเตอร์ไซค์ที่ขี่มาด้วยความเร็ว ก็เบรกเอี๊ยด...เต็มมือเต็มตีน
แล้วเหตุการณ์ก็เป็นอย่างที่บอกตอนแรก

ล้มใส่รถเราดัง โครม!




เรารีบออกไปดู
เห็นเขานอนอยู่เกือบจะใต้รถเรา
เป็นผู้ชายสองคน
(ผู้ชายล้มใส่ถึงสองคนเชียว!)

ส่วนไอ้คนก่อเหตุ ก็ได้แต่ยืนตะลึง ยกมือไหว้ แล้วก็จากไปอย่างรวดเร็ว
ทิ้งให้คนสองคน นอนอยู่เป็นพื้นถนน รถมอเตอร์ไซค์ที่ไฟแตกกระจาย และรถยนต์สีเทา จอดสนิทขวางการจราจรอยู่อย่างนั้น

พี่คนนึงไม่เป็นไรเลย
ส่วนอีกคน เจ็บหน้าอก
เขาไม่ยอมไปหาหมอท่าเดียวเลย
จนเราต้องกล่อมอยู่นาน ไปหาหมอเถอะ เสียเงินนิดหน่อย ดีกว่า เสียชีวิต

เข้าใจว่า เขาไม่อยากไปหาหมอ เพราะไม่มีเงิน


หลังจากนั้น ประกันของรถเราก็มา
จัดการทำเรื่องเคลมให้
แล้วก็ไปเก็บเงินกับมอเตอร์ไซค์!

แม่ง...
พูดไม่ออกเลยกู...

สงสารพี่มอเตอร์ไซค์มาก
เขาบอกว่า เขาเพิ่งออกจากอุบล เข้ามาทำงานในกรุงเทพได้ปีเดียว

....
...
...

...
..

สุดท้าย เราก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเป็นขั้นตอนของประกันแล้ว...




ซวย
ซวยทั้งพี่มอเตอร์ไซค์
ซวยทั้งเรา

เฮ้อ...
ได้แต่หวังว่า พี่มอเตอร์ไซค์จะไม่เป็นอะไรมาก(ไปกว่านี้)





















เรื่องทั้งหมด เกิดขึ้น ก็เพราะความมักง่ายของคนคนเดียวนั่นแหละ





11月22日


ณ คืนที่หิว ตอนตี 3
ณ วันที่น้ำมันรถหมด
ณ พื้นที่ที่ไม่อาจออกไปหาอะไรกินได้



ณ ยามนี้ น้ำเปล่า สนิทกับกระเพาะเราที่สุด

11月20日

ขึ้นอยู่กับ...

วันนี้บังเอิญได้รู้คำบางคำ (อีกแล้ว)
ที่ให้ความหมายผิดกันโดยสิ้นเชิง

คำแรก ฟังแล้ว ดูสบาย เย็นๆ
ลองออกเสียงอีกที
กลายเป็นอีกคำที่ดูรุ่มร้อน ทุกข์ใจ

หายนะ (หาย-นะ)
และ
หายนะ (หา-ยะ-นะ)



หายนะ
ความหมายเป็นยังไง
ขึ้นอยู่กับ คน อ่าน จริงๆ


บางที
บางอย่าง
ถ้าเราไม่ทำให้มัน  'หายนะ'
มันก็เป็น 'หายนะ' สำหรับเราได้เหมือนกัน

ฟ้าเปลี่ยน


ตอนนี้เรานั่งอยู่ริมทะเลยามเย็น ที่ท้องฟ้าค่อยมืดลงๆ
สีม่วงแดงฟ้าที่เมื่อตะกี้มันยังระบายอยู่บนท้องฟ้า ได้หายไปจนลับตา

เราเริ่มทำความรู้จักกับท้องฟ้าสีขรึมเทาดำ



อีกซักพักคงจะรู้จักกันมากขึ้น

เราเพิ่งได้หยุดพัก หลังจากทำงานโหมมาหลายวัน
สูดหายใจลึกๆ
แล้วอยู่นิ่งๆ

อยู่ๆ ก็รู้สึกว่า อยากเขียนหนังสือ
แต่ว่า มาคราวนี้ แปลกไปกว่าทุกครั้ง
เพราะว่า เราหยิบ notebook ที่ใช้ไฟฟ้า
แทนที่จะหยิบ notebook ที่เป็นสมุดโน้ตจริงๆ

ความเจริญมันซึมเข้ากระแสชีวิตเราไปแล้วเหรอ?

ถ้าในแง่ความจำเป็นทางการงาน
มันจำเป็นต้องพกมา

แต่ถ้าให้คิดอีกทีว่า
ถ้าไม่ได้ทำงาน เราจะพกมันมาด้วยหรือเปล่า?

เราพกว่ะ

ประการหนึ่งที่พก เพราะเราอยู่ในช่วงเห่อ
ขี้เห่อน่ะ
แม้ว่า เวลาจะผ่านมาแล้วหลายเดือน
แต่ไอ้ความเห่อก็ยิ่งทวีคูณ
เพราะมันเป็นเรื่องใหม่ของชีวิต
ทำให้เราได้รับรู้และเรียนรู้สิ่งใหม่
และเราก็ค้นพบว่า
แม่งโคตรสนุกเลย!

มันทำให้เราค้นพบอีกอย่างว่า
ถ้าเราได้เจออะไรใหม่ๆ ให้เราได้เรียนรู้
เราจะตื่นเต้น และสนุกกับสิ่งใหม่นั้น




หันไปอีกที
ฟ้ามืดๆ ดูเหมือนจะรู้จักเราอยู่ฝ่ายเดียวซะแล้ว
เพราะเรามัวแต่เพลินกับ 'สิ่งใหม่' อยู่นาน
มันทำให้เราคิดอีกแล้วว่า
ถึงจะมีสิ่งใหม่ให้เรียนรู้
ก็อย่าลืมใส่ใจสิ่งรอบข้าง และสิ่งเก่าที่เราคุ้นเคยด้วย!

เอาล่ะ
ถึงเวลาที่เราจะไปเล่นกับท้องฟ้าที่หน้าตาเปลี่ยนไป
กับทะเล-สิ่งเก่าที่คุ้นเคยบ้างแล้ว


11月10日

รู้แล้วว่าเรากำลังเผชิญกับอะไร

ไม่รู้ว่า ทำไมช่วงนี้จิตใจเราไม่ปกติจัดๆ
จิตตก คิดนู่น กังวลนี่

ในที่สุด เราก็รู้แล้วว่าเรากำลังเผชิญกับอะไร


Quarter-life crisis!
ไอ้บ่างก็บอกว่าเรากำลังอยู่ในภาวะนี้

Characteristics of this crisis are:
- feeling "not good enough" because one can't find a job that is at his/her academic/intellectual level
- frustration with relationships, the working world, and finding a suitable job or career
- confusion of identity
- insecurity regarding the near future
- insecurity regarding present accomplishments
- re-evaluation of close interpersonal relationships
- disappointment with one's job
- nostalgia for university or college life
- tendency to hold stronger opinions
- boredom with social interactions
- financially-rooted stress
- loneliness
- desire to have children


อ่านแล้ว เราหัวเราะร่า
อารมณ์ดีขึ้นฉับพลัน (แปรปรวนจริงๆ กู)
นี่มันอาการของโรค หรือว่า หมอดูกันแน่
มันตรงไปหมดทุกอย่างเลย
ทำเป็นรู้ดีนัก!!




แม้แต่ข้อสุดท้าย ก็ยังตรง


(บ้าเหรอ!)


These emotions and insecurities are not uncommon at this age, nor at any age in adult life. In the context of the quarter-life crisis, however, they occur shortly after a young person – usually an educated professional, in this context – enters the "real world". After entering adult life and coming to terms with its responsibilities, some individuals find themselves in a world of career stagnation and extreme insecurity.

As the emotional ups-and-downs of adolesence and college life subside, many in the quarter-life crisis experience a "graying" of emotion. While emotional interactions may be intense in a high school or college environment – where everyone is roughly the same age and hormones are highly active – these interactions become subtler and more private in adult life.

Furthermore, a contributing factor to this crisis may be the difficulty in adapting to a workplace environment. In college, professors' expectations are clearly given and students receive frequent feedback on their performance in their courses. By contrast, in a workplace environment, a person may be, for some time, completely unaware of a boss's displeasure with his performance, or of his colleagues' dislike for his personality. Office politics require interpersonal skills that are largely unnecessary for success in an educational setting. Emerging adults eventually learn these social skills, but this process – sometimes compared to learning another language – is often highly stressful.


นี่หรือเปล่าที่ทำให้คนเราโหยหาถึงอดีต
ช่วงเวลาที่เราผ่านมันมาแล้ว
และรู้ดีว่ามันเป็นช่วงชีวิตที่สนุกและปลอดภัย



อืม..
โตแล้วตุ๊ดนี่เอง








ช่วงนี้ใครไม่ตุ๊ด กูตุ๊ดโว้ย!


11月7日

กินได้ นอนไม่หลับ

เรามักจะหิวก่อนนอน
และมักจะหิวเมื่อตื่น

จะว่า นิ่งหลับ ขยับแดก คงไม่ใช่
เพราะนี่ นิ่งไม่หลับ แต่ไม่ขยับก็แดก


ถ้าชีวิต สุขภาพเราขึ้นอยู่ที่การกิน และการนอนที่ดี
ตอนนี้เราคงอยู่ในช่วงขาลงของชีวิต

และคงเพราะใจมันวุ่นวาย
มันเลยมีอะไรมากวนใจให้เราคิดมาก

มันคืออะไรวะ?
เราเองก็ยังหาตัวการนี้ไม่เจอ



มองนาฬิกา
ตีสี่ย่างเข้าตีห้า
สี่ตาของเรายังคงสว่างโร่
เสียงกรนของสิ่งมีชีิวิตข้างตัว กำลังบอกเราว่า
นี่มันเวลาพักผ่อนของร่างกาย

ทั้งที่ร่างกายก็ตะโกนเสียงดังจากข้างในว่าต้องการพักผ่อน
แต่เหมือนว่า หัวของเรายังทำเป็นหูทวนลม
และคงความครุ่นคิดเรื่องหนักหัวต่อไป
คิดให้มันได้อะไรก็ไม่รู้

ที่สำคัญ
มันคิดอะไรอยู่
เรายังไม่รู้เลย



รู้แต่ว่า
แม่ง กวนใจชิบ!