Profil de sea bear on the...sea bear on the shorePhotosBlogListesPlus ![]() | Aide |
|
25 août คนเราสามารถซวยและโง่ได้ในเวลาเดียวกันว่างจัด แต่ขี้เกียจ เอาเมลที่เคยส่งให้ประชาชนมิตรรักมาลงดีกว่า ส่งไปเมื่อสองสามอาทิตย์ก่อน ตอนที่เพิ่งย้ายห้องหับใหม่ๆ สวัสดีพ่อแม่ เพื่อนพ้องพี่น้องทุกท่าน ตอนนี้ข้าได้ย้ายมายังที่อยู่ใหม่แล้ว ย้ายของมาตั้งแต่วันเสาร์ที่แล้ว แต่ว่า เพิ่งเข้าอยู่จริงเมื่อวันพฤหัส ระหว่างนั้นไปอาศัยบ้านเพื่อนอยู่ไปพลางๆ เพราะว่า อะไรน่ะเหรอ? อพาร์ตเมนต์ใหม่ไม่มีไฟฟ้าน่ะซิ! แต่ตอนนี้ความเจริญได้เดินทางมาถึงแล้ว วันเสาร์ที่ผ่านมา ตื่นแต่เช้าตรู่ เจ็ดโมงเช้า ย้ายของอย่างหนักหน่วง หนักจริงๆ ขนของกันอยู่สามคน ถึงกับต้องไปเช่ารถบรรทุกมาขนของ โดยมีไอ้สาขับ (ซึ่งมันตัวเล็กมาก) เพราะว่า เรายังไม่มีใบขับขี่ ขนของจากอพาร์ตเมนต์เก่าซึ่งเป็นชั้นสี่ มาสู่ชั้นล่าง โชคยังเข้าข้างด้วยการลิฟต์เสีย ต้องลงบันไดสี่ชั้น เพื่อไปขึ้นบันได้อีกสองชั้นที่ห้องใหม่ ขนของเสร็จ ตอนห้าโมงเย็น ต้องไปทำงานต่ออีก เพราะว่า หาคนแทนไม่ได้ และทางร้านไม่ให้ลางาน วันนั้นเป็นวันที่เหนื่อยมาก มากจริงๆ ทำงานจนถึงสี่ทุ่ม กลับบ้าน วันรุ่งขึ้น ป่วย! เจ็บคอ เป็นหวัด และกล้ามเนื้ออักเสบ เราก็หายาตามตำราที่พ่อเขียนมาให้ กินซะ จะได้หายๆ กินยา แล้วก็พัก ตอนเย็นวันอาทิตย์ต้องไปทำงานอีกร้าน บ่ายสามถึงห้าทุ่ม ทำงานเสร็จกลับมานอนบ้านเก่า ยังไม่หายอยู่ดี วันจันทร์อาการหนักกว่าเดิม ไปเรียนไม่ไหว โดดเรียนเป็นครั้งแรก แต่ก็ยังไปขนของที่เหลือและทำความสะอาดห้องเก่าเพื่อคืนห้อง วันอังคาร อาการยังไม่ดีขึ้น โดดเรียนอีกรอบ และโทรไปลางาน คราวนี้ลาได้ พักผ่อนไปพอสมควร วันพุธ อาการยังไม่ดีขึ้นเลย แต่ว่า กัดฟันไปเรียน เพราะว่า อาทิตย์หน้าสอบ final ไม่อยากขาดเรียนแล้ว ผลปรากฏว่า น็อก... หลับในห้องเรียนตลอดช่วงเช้า ตกบ่ายเลยไปหาหมอที่โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัย หมอซักอาการและตรวจนู่นนี่ไปพักใหญ่ เอาไม้พันสำลีมาแยงคอสองรอบ เอาเชื้อไปตรวจ เอาเครื่องมือมาส่องหู ส่องจมูก (คุ้นๆ ว่า ตอนเอาไอ้จั๊บกับไอ้ตือไปตรวจ หมอก็ทำอย่างงี้นี่หว่า...) เราบอกหมอไปว่า กินยาปฏิชีวนะอยู่ หมอด่า! แม้ว่าหมอจะใจดีมาก แต่ว่า หมอก็บ่นเป็นชุดเลยว่า ทำไมเมืองไทยให้ซื้อยานี้กินได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์! แล้วก็บ่น แล้วก็บ่น แล้วก็บ่น... ถามเราใหญ่ว่า กินยานี้ทำไม เราก็ตอบไปด้วยหน้าโง่ๆ ว่า ปกติอยู่เมืองไทย เป็นอาการแบบนี้บ่อย ต้องกินยานี้แล้วจะหาย เรากินยาผิด! หมอบอกว่า อาการนี้มันเหมือนกันอาการที่เราเป็นที่เมืองไทย แต่ว่า สาเหตุไม่ได้มาจากสาเหตุเดียวกัน โฮกกกกกก..... ยาที่เรากิน เป็นยาปฏิชีวนะที่ใช้ฆ่าแบคทีเรีย แต่ว่า อาการที่เราเป็นคือ ไวรัส! นั่นแหล่ะ เราออกจากโรงพยาบาลพร้อมกับใบสั่งยาสามชนิด กล้ามเนื้ออักเสบ, ไวรัสลงคอ และอาการไอเรื้อรัง โชคดีที่ไม่ต้องเสียค่าหมอ เพราะเป็นโรงพยาบาลมหาลัย แต่ยังไงก็ต้องเสียค่ายา โดนไปซะ $18 ค่อยยังชั่ว นึกว่า จะแพงกว่านี้... กลับมาบ้าน ตั้งใจกินยาตามหมอสั่งอย่างเคร่งครัด ยาที่นี่แรงมาก มีผลข้างเคียงของยาด้วย คือ มึนหัว กินยาตามหมอสั่งไปสองวัน วันพฤหัสไปเรียนได้ปกติ อาการยังไม่ดีขึ้นมากนัก โทรไปลางานอีกรอบ เพราะว่า อาการยังไม่น่าไว้ใจ กลับมาบ้านใหม่ ไฟมาแล้ว มึนหัวๆ กะว่า จัดของเสร็จแล้วจะพัก จัดไปได้พักใหญ่ ไอไม่หยุด มึนหัวๆ หายากิน แต่แล้ว ด้วยอาการมึน เราก็อ่านฉลากยาว่า ยาแก้ไอ กิน 1-2 tablespoonful เดินไปควานหาช้อนโต๊ะ ที่นี่มีแต่ช้อนโต๊ะที่ใหญ่กว่าช้อนโต๊ะปกติ ไม่เป็นไรมั้ง เทยาน้ำใส่ช้อน กินไป 2 ช้อน เดี๋ยวอาการคงดีขึ้น สามทุ่มกว่าๆ หลังจากกลืนยาลงคอไปไม่ถึงสามนาที ทำไมมึนหัวอย่างงี้วะ ยาเขาแรงจริงๆ เรายังพยายามจัดของอยู่อีกพักใหญ่ จัดจนรู้สึกว่า ไม่ไหวแล้ว เลยมาเอนตัวนอนข้างเตียง มึนมาก บ้านหมุนไปหมด ทำไมยามันแรงอย่างงี้วะ... เราหลับแบบมึนๆ บ้านหมุนๆ อยากอ้วก ซักพัก สี่ทุ่ม สากลับมาจากทำงาน แล้วก็ชวนไปขนของที่เหลือที่ฝากไว้บ้านเพื่อน เราก็ออกไปขนกัน กลับมาถึงบ้านห้าทุ่ม เรายกของมาไว้ที่ห้อง คลื่นไส้มากๆ ประตูห้องยังไม่ทันเปิดดี เราชิงวิ่งไปเข้าห้องน้ำ อ้วกแตก! อ้วก แล้วก็นอน แล้วก็อ้วก แล้วก็นอน แล้วก็อ้วก ฉลองชักโครกบ้านใหม่ได้ดีจริงๆ อ้วกไปหมดตัวอยู่สามสี่รอบ กินน้ำไปเป็นแกลลอน เราเริ่มเอะใจว่าทำไมอาการมันแปลกๆ ไปหยิบยามาอ่านฉลากอีกที ยาแก้ไอ 1-2 TEAspoonful! เวร! เราล่อไป 2 ช้อนโต๊ะยักษ์ เท่ากับว่า เรากินยาเกินขนาดไป 4 เท่า!!! ตายห่า! โชคดีที่อ้วกออกมาหมด แต่ว่า ก็ยังมีอาการมึนหลงเหลืออยู่ เพิ่งเห็นอีกว่า ข้างขวดเขียนว่า การกินยาเกินขนาดโดยขาดการควบคุมของแพทย์อาจทำให้เกิดปัญหาทางเดินหายใจ (serious breathing problem) โง่แท้ๆ เลยกู วันศุกร์ หน้ามึนไปเรียน แล้วก็ไปทำงาน กินยาอย่างระมัดระวัง นั่งรถเมล์ไปทำงาน หลับตั้งแต่ต้นสายไปจนป้ายที่จะลง โชคดีที่รถเมล์ที่นี่เป็นเวลาที่แน่นอน เราเลยสามารถตั้งเวลาปลุกให้มันปลุกตอนเวลาที่จะจอดที่ป้ายได้ ทำงานไปอย่างมึนๆ กลับบ้าน นอน เช้าวันนี้ ตื่นมา อาการดีขึ้นแล้ว เสียงยังเป็นเป็ดๆ อยู่ อาการเจ็บคอ หายไปแล้ว แต่ยังคงไออยู่เหมือนเดิม ไม่รู้เมื่อไหร่จะหาย แต่อย่างไรก็ตาม วันนี้ต้องไปทำงานตอนเย็น และพรุ่งนี้ก็ต้องทำงาน หวังว่าคงจะไม่เป็นไรมาก นี่คือความซวยที่มาจากความโง่ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ 18 août วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2550มองนาฬิกา 1.23 am เหมือนเป็นสัญญาณนับ 1 2 3 เข้าที่... เตรียมตัว... ไป.... ขอให้ทุกคนมีความสุขกับเรา ขอให้เรามีความสุขกับทุกคน รวมถึงตัวเองด้วย สุขกันเถอะเรา ยะฮู้! 11 août คุยกับยาย (อีกแล้ว)เมื่อวานสอบเสร็จอย่างสบายใจ เศร้านิดๆ ที่ไม่สามารถเรียนต่อในโรงเรียนที่อยากเรียนได้ เมื่อวานนี้จึงเป็นวันที่พะอืดพะอมอีกวัน ไม่เป็นไร ทุกอย่างต้องผ่านไปได้ด้วยดี ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม วันนี้โรงเรียนจัดปาร์ตี้อำลาให้นักเรียนที่เรียนจบคอร์ส ไปทะเลปลอมๆ มา อิ่มหนำ แถมตอนกลับ เพื่อนญี่ปุ่นชวนไปกินซูชิที่ห้องด้วย อิ่ม อร่อย มีความสุข ปนเศร้านิดๆ ที่จะไม่ได้เจอเพื่อนแล้ว แยกย้ายกันกลับประเทศหมด กลับมาบ้าน นอนผึ่งพุง สบายอารมณ์ โทรหายายดีกว่า นานๆ จะว่างที คิดถึงยายจัง ยะฮู้! (เสียงต่อสายโทรศัพท์ทางไกล) ยาย : ฮัลโหล เรา : ยาย! ยาย : วิวเหรอ เรา : เย่ ยายเก่งจัง จำได้อีกแล้ว ยาย : ไปไหน ทำไมไม่มาหายายบ้าง เรา : เรียนอยู่ไงยาย ยาย : เรียนที่ไหน ทำไมไม่มาหายายบ้าง เรา : ไกลนะยาย จะให้ไปยังไง อยู่เมืองนอก ยาย : อ้าวไปเมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกยายบ้าง เรา : บอกแล้วไง ก่อนมาก็ไปหายาย ยาย : แล้วไปกี่ปี เรา : สองปี ยาย : แล้วไปนานแค่ไหนแล้ว เรา : หลายเดือนแล้ว ยาย : แล้วทำไมจะไปไม่บอกยาย เรา : บอกแล้วไง ก่อนมาก็ไปหายาย (เล่นพูดซ้ำแบบยายมั่ง) ยาย : แล้วไปอยู่ยังไงล่ะ เรา : เช่าห้องไง หารกับเพื่อน ยาย : แล้วกินข้าวยังไง เรา : ทำกินเอง เนี่ยอยากกินปลาทู ยาย : อ้าวแล้วที่นั่นไม่มีเหรอ เรา : ไม่มี อยากกินปลาทูขี้มือยาย ยาย : แล้วทำไมไม่มาหายาย เรา : จะไปได้ยังไงล่ะมันไกล ยาย : แล้วไม่มีพักมั่งเหรอ เรียนน่ะ เรา : มีปิดเทอมซิ ยาย : ถ้าพักเรียน แล้วก็มาหายายซิ เรา : พักน่ะมี แต่ว่า ไม่มีเงิน ยาย : ...... (เงียบ) เรา : แหม พูดเรื่องเงินทำเป็นเงียบนะยาย ยาย : ........ (เงียบอีก) เรา : อยากมาเที่ยวไหมยาย ยาย : อยาก แต่ไม่มีเงิน จะไปได้ยังไง (นั่น) เรา : มาซิ เดี๋ยวส่งเงินไปให้ มาอยู่กับวิวนี่ ยาย : ไปไหนล่ะ เรา : เมืองนอกไง มาเที่ยว มาอยู่กับวิว ยาย : อ้าว ไปทำไมไม่บอก เรา : บอกแล้วไง ก่อนมาก็ไปหายาย (เล่นพูดซ้ำอีกรอบ) เรายังคุยไปอีกหลายนาที ก่อนวางหู ยายอวยพรว่า ให้อยู่ดีๆ มีความสุข เราบอกยายว่า คิดถึง ยายทำเสียงอมยิ้ม แล้วก็วางโทรศัพท์ไป แต่ว่า ยายวางหูโทรศัพท์ลงไม่สนิท เราได้ยินเสียงยายหันไปบอกคนในบ้านว่า "ใครโทรมาไม่รู้ บอกว่าไปเรียนสองปี..." |
|
|