sea bear on the... 的个人资料sea bear on the shore照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
9月22日 เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ในวันที่ภาวะโลกร้อนวันนี้ อารมณ์เปลี่ยนแปลงบ่อย พอๆ กับอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย วันนี้ สดใส หงุดหงิด เฮงซวย คลี่คลาย เหงา เศร้า ซึม วันนี้ ได้ดูหนัง 2 เรื่องต่อๆ กัน โลกร้อน (inconvenient truth) เพราะอากาศเปลียนแปลงบ่อย ได้อยู่กับเพื่อนที่รัก ได้คุย ได้รู้จักชีวิตมันเพิ่มขึ้น กลับบ้าน ฝนตกหนัก หนัก หนักมากๆ เหงามาก ไม่รู้ว่า อากาศพาเราเศร้า หรือว่าใจเรา ทำบรรยากาศเศร้า ก็ไม่รู้ 9月13日 ช่วยด้วย มีเพือนบ้านเป็นดารา(ตัวแสบ)!จะว่าดาราตัวแสบอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะมันมีเรื่องอื่นด้วย เรื่องก็มีอยู่ว่า... ครั้งแรกที่ซื้อบ้าน เมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้ว หมู่บ้านที่เราเลือกเป็นหมู่บ้าน สงบ ห่างจากเมืองพอสมควร ด้วยความที่ครอบครัวเราอยากอยู่อย่างเงียบๆ ไม่มีเสียงรบกวนมาก และแน่นอน อากาศก็ดีกว่าในเมืองเยอะ แรกๆ ที่บ้านยังสร้างไม่เสร็จ เราได้เข้ามาดูบ้าน ได้รู้จักกับดาราคนนึง เพิ่งรู้ตอนนั้นแหละว่า เธอและสามีมาซื้อบ้านหลังที่ติดกับเรา เออ.. มีเพื่อนบ้านเป็นดารา ก็ดีเหมือนกัน จริงๆ เป็นใครก็ได้ อยู่บ้านติดกัน รู้จักกันไว้ มีอะไรก็ช่วยเหลือกัน ดีๆ หลังจากบ้านสร้างเสร็จ เราก็อยู่หมู่บ้านนี้มาอย่างสงบ ราบรื่นมาตลอด จะมีเรื่องไม่สงบอยู่บ้าง เช่น ดาราข้างบ้าน ผู้ไม่เคยลงจากรถมาเปิดประตูรั้ว จะบีบแตรรถเสียงดังลั่นทุกครั้ง ไม่ว่าจะถ่ายละครกลับมาดึกดื่นค่อยคืนแค่ไหน และที่สำคัญ ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่บีบแตร แต่เป็นทุกคนในบ้านเธอที่เป็นอย่างนี้ (เสียงแตรทำให้ทั้งพ่อ แม่ และหมาๆ ตื่นทุกครั้ง) ฉะนั้นในแต่ละวัน บ้านเราจะได้ยินเสียงบีบแตร หลายครั้งต่อวัน (และเสียงหมาเห่าเสียงแตรอีกไม่รู้กี่ครั้งต่อวัน) หรือเรื่องที่หมาบ้านเขามาไล่กัดเรา (บ๊อกเซอร์ 3 ตัว) โดยที่เขาไม่รับผิดชอบใดๆ แต่พอแม่เราอ้างว่า เราเป็นนักข่าว (ซึ่งจริงๆ ไม่ได้เป็น) น้ำเสียงที่ปัดความรับผิดชอบนั้นก็เปลี่ยนไปทันที กลายเป็นการเห็นอกเห็นใจ และบอกจะรับผิดชอบทุกอย่าง สุดท้าย สิ่งที่เธอรับผิดชอบคือ การนำหมาทั้งสามตัวไปปล่อยที่วัด! เอาหมาบ็อกเซอร์สามตัวที่ดุไปปล่อยวัด! ไม่ได้เป็นความผิดของหมาเลย ทำไมต้องเอาหมาไปปล่อยวัด? (สงสารหมาจริงๆ) และนี่หรือคือสิ่งที่เรียกว่า รับผิดชอบ มันเป็นการปัดภาระไปให้คนอื่นต่างหาก นี่เป็นแค่ตัวอย่างเล็กน้อย ที่คนในหมู่บ้านต้องเจอ โดยเฉพาะบ้านเรา และบ้านอีกหลังที่ขนาบข้างกัน (จริงๆ ระหว่างสิบกว่าปี เกือบยี่สิบปีนี้ เรื่องกวนใจอื่นๆ ยังมีเยอะมาก เราก็ไม่อยากจะไปขุดคุ้ย แต่ว่าขอละไว้แล้วกัน) ด้วยความที่ไม่อยากมีเรื่องกับคนบ้านใกล้เรือนเคียง ไม่เป็นไร ครอบครัวเราอดทนได้ เอาเป็นว่า เราก็ยังอยู่กันได้อย่างสงบ (และไม่สงบบ้าง) ล่าสุด ดาราข้างบ้าน ก็ยกกองถ่ายละครที่เธอเล่นเรื่องหนึ่ง มาถ่ายทำที่บ้าน อย่างไม่มีการบอกล่วงหน้า เราพบว่ามีกองถ่ายมาตั้ง ก็ตอนที่จะออกจากบ้าน แล้วออกไม่ได้ เพราะว่า มีรถมาจอดขวางอยู่ ไม่เป็นไร เพราะคนในกองก็มาจัดการเลื่อนรถให้เราออกจากบ้านได้ในที่สุด คนที่จะซวยหน่อยก็คือ คนที่อยู่บ้าน เพราะว่า กองถ่ายเล่นป่ันไฟ กันที่ข้างบ้านเรา เสียงเครื่องยนต์ก็ดังสนั่น ไอ้บ้านเราก็ซวยที่หน้าต่างดันมาอยู่ตรงที่ที่เขาจอดรถปั่นไว้อีก ตอนสร้างบ้าน ก็ไม่รู้จักดูเล้ยว่า เขาจะมาจอดรถปั่นไฟกันตรงนี้ (นึกบ่นสถาปนิกในใจ) คนที่อยู่บ้านทั้งวัน นอกจากจะได้ฟังเสียงดนตรีบรรเลงจากเสียงป่ันไฟแล้ว ก็มี aroma therapy จากไอเสียรถยนต์ ที่บรรดารถตู้หลายคันพร้อมใจกันสตาร์ตทิ้งไว้ เปิดแอร์เย็นฉ่ำ ส่วนบ้านเราก็เย็น..ด้วยเหงื่อซก ตกเย็น ก็มีเสียงเอฟเฟกต์ต่างๆ ที่ใช้ในการถ่ายทำมาเป็นเพื่อนในยามกินข้าว เผอิญว่า เขามาสร้างหนังผีกัน ฉะนั้นสถานการณ์ในมื้ออาหารของเราก็จะเป็นอย่างนี้ บนโต๊ะอาหาร ครอบครัวพร้อมหน้า พ่อนั่งหัวโต๊ะ กำลังตักข้าวและเล่าเรื่องไปพลาง พ่อ : เออ วันนี้ไปทำบุญที่วัดมา เรา : อ้าวเหรอที่ไหนล่ะพ่อ? พ่อ : ก็วัดนั้นไงที่เคยเล่า นี่ทำบุญโลงศพไป เอาบุญมาฝาก (กรี๊ดดดด.............. เสียงดังมาจากกองถ่ายข้างบ้าน) (ตามด้วยเสียงหมาของบ้านเราตั้งหน้าตั้งตาเห่า) ทุกคน (นึกในใจ) : อ้าว ได้รับบุญจากพ่อด้วยเหรอเนี่ย? ดึกดื่นคืนหนึ่ง เรานั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น กำลังคุยกับน้อง เรา : เฮ้ยๆ (กระซิบเสียงเบา) เดี๋ยวจะไป___กัน อย่าบอกแม่นะ เดี่ยวโดนบ่น (จบคำชวน เรากับน้องเตรียมพร้อมจะย่องออกจากบ้าน) ทันใดนั้น เฮ้ยยยย... เสียงตะโกนจากกองละครข้างบ้าน ตามด้วยแพตเทิร์นเดิม คือ หมาบ้านเราเห่าอย่างเอาเป็นเอาตาย พร้อมกับเสียงเปิดประตูห้องนอนของแม่ แม่ : (เสียงงัวเงีย เพิ่งตื่นมากลางดึก) เสียงอะไรอีกล่ะเนี่ย ดึกดื่นป่านนี้ ทำไมยังทำเสียงดัง อ้าว ทำไมป่านนี้ยังไม่นอนกัน ทำไมนู่นนี่นู่นนี่..... จะออกไปไหนกัน ทำไมไม่นู้นนี่นู่นนี่.... แล้วทำไม...... (ผ่านไปสิบนาที เสียงแม่ เสียงข้างบ้าน และเสียงหมา ยังคงแข่งกันทำคะแนนเสียงดังเหมือนจะไปบันทึกกินเนสบุุ๊กอยู่อย่างงั้น) เราและน้อง : (นึกในใจ) โอ๊ยยยยยยย ซวย เครียด กินเหล้า! แน่นอนว่า หนังผี จะขาดเอฟเฟกต์นี้ไม่ได้ - ควัน (smoke) มี smoke แล้วก็ต้องมีลม ฉากนี้ถ่ายกันตรงไหนของข้างบ้านก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่บ้านกุ! ไม่ต้องมารมควันกันขนาดนี้ก็ได้!! smoke ที่เขาซ้อมกันก่อนใช้ถ่ายจริง เขาเล่นเอาหันมาทางบ้านเรา ไอ้เราก็ยังไม่ทันตื่นนอนดี ให้ควันลอยเข้ามาถึงห้องนอน (ชั้น 2) ตกใจ! ใครไม่นึกว่า ไฟไหม้ หรือเกิดเหตุร้ายในบ้านก็บ้าแล้ว รีบวิ่งลงไปดู เห็นบ้านสภาพนี้แล้วอยากจะร้องเป็นเพลงพี่เบิร์ดจริงๆ หมอกจางๆ และควัน.... แล้วไอ้กลิ่น smoke นี่ก็ไม่ได้หอมเลยนะ ใครที่เคยนั่งแถวหน้าในคอนเสิร์ตคงจะรู้ว่าเป็นภัยต่อจมูก (โดยเฉพาะในยามเช้าตรู่แค่ไหน) วันนี้ บรรยากาศบ้านเลยดูวังเวงชอบกล smoke ลอยเต็มบ้านที่ยังไม่ได้เปิดไฟ แสงสลัวๆ ส่องผ่าน อากาศเย็นๆ (เสียงลมพัดฟิ้ว...) (นี่ถ้าหมาหอนอีกหน่อย เราคงวิ่งไปแล้ว) พูดเรื่องของไฟ แล้วนึกได้ การถ่ายทำช่วงกลางคืน ไฟที่ส่องสว่างให้คนทำงานกองถ่ายทำงานกันอย่างสะดวก (แต่สร้างความลำบากให้คนอื่น) ก็ดีใจสาดส่องมาเผื่อแผ่บ้านเราด้วย โดยเฉพาะห้องนอนพ่อแม่ ซึ่งส่งผลให้พ่อแม่นอนหลับไม่สนิททุกครั้งที่กองถ่ายยกมา ยิ่งบวกกับเสียงตะโกนโวกเวกของคนในกองด้วยแล้ว การนอนหลับฝันดีนี่ไม่ต้องพูดถึง อีกเรื่องที่สร้างความเคืองใจให้เรามากๆ คือ ช่างไฟมาฉี่ใส่กำแพงบ้าน ซึ่งเป็นที่ตั้งศาลพระภูมิ! แค่ฉี่ธรรมดาก็ไม่น่าทำแล้ว ถ้าปวดฉี่ ทำไมไม่ไปเข้าห้องน้ำที่บ้านดารา จะมาทำเรี่ยราดให้เดือดร้อนคนอื่นๆ ทำไม แล้วอีกอย่าง ถ้าหมาๆ ของเราไปดม มันจะน้อยใจแค่ไหนว่า หมาใหญ่ที่ไหนมันมาเยี่ยวทับรอยมัน ทุกครั้งที่กองถ่ายมา เขามาพร้้อมกับเสียง แสง และต่างๆ นานา และทุกครั้งที่กองจากไป เขาทิ้งขยะ เศษซากโฟม ถุงพลาสติก ร่องรอยต่างๆ ไว้มากมาย ทำไมไม่มีฝ่ายเก็บกวาด ต้องปล่อยให้เป็นภาระของหมู่บ้าน ของคนอื่นอีก เหตุการณ์ของกองถ่ายที่เล่ามานี้ เป็นแค่บางส่วนที่เราเจอ วันนี้พ่อเราต้องลงจากแท๊กซี่ ที่นั่งมา เพราะถือของหนักไม่ไหว และพ่อไม่สบาย แต่แท๊กซี่ไม่สามารถมาจอดที่หน้าบ้านได้ เพราะกองถ่ายถ่ายทำกันกลางถนน รถห้ามผ่าน พ่อลงจากรถโดยความเซ็ง พอดีดาราข้างบ้านก็ยืนอยู่ตรงนั้นด้วย พร้อมกับผู้กำกับ แต่... ไม่มีคำขอโทษใดๆ หลุดจากปากของเธอคนนั้นหรือผู้กำกับเลยซักคำ หน้าที่นี้กลายเป็นหน้าที่ของคนทำงานคนนึงในกองถ่าย-คนที่ไม่ใช่เพื่อนบ้าน ดาราสาวมองพ่อเหมือนคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ไม่เคยมาขอความช่วยเหลือจากพ่อมาก่อน แปลกจริง หรือว่าพ่อจำคนผิดกันนะ? นี่แหละ เศษเสี้ยวของเพื่อนบ้านชั้น ------------------------------- เรื่องข้างบนนี้คือ นี่เป็นเรื่องจริงที่เราต้องเจอ แต่... อย่างที่บอกว่านี่เป็นแค่เสี้ยวนึงของเรื่องทั้งหมด ของจริงมันเยอะกว่านี้! แต่ไม่รู้จะไปพูดถึงทำไม นี่คือเรื่องที่เราเอาไปลง pantip กลายเป็นกระทู้แนะนำไปแล้ว! พลังมวลชนนี่เยี่ยมจริงๆ หวังว่าทุกอย่างคงดีขึ้นในเร็ววัน อ่านกระทู้ได้ที่นี่ http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4707112/A4707112.html 9月12日 พะอิดพะอมอาการกลืนไม่เข้า คายไม่ออกเกิดขึ้นอีกแล้ว เป็นสิ่งที่อธิบายยากว่ารู้สึกยังไง มันคืออาการที่เกิดขึ้นกับร่างกาย มวนท้อง จะอ้วกก็ไม่อ้วก พอหิวก็กินอะไรไม่อร่อย ไม่รู้ร่างกายจะเอาอย่างไรกับชีวิตของเรา อาการนี้เป็นผลของการนอนน้อย ทำงานหามสามรุ่งสามค่ำจนหน้าแทบคว่ำ วันนี้ตื่นมาแต่เช้า 7 โมง เพื่อพบว่า ลุกจากเตียงไม่ได้ มึนมาก เหมือนใครมาแอบต่อยหัว ตอนเรานอน เลยตัดสินใจนอนต่อ... (ไม่ได้อู้โว้ย) แต่การนอนต่อนี้ เป็นการนอนที่กั๊กๆ จะหลับก็ไม่หลับดี จะตื่นก็ไม่อยากตื่น ทรมานจริงๆ สิบโมง ตัดสินใจลุกจากเตียง หน้ามืด! ไม่ใช่หน้ามืดหน้าดำเพราะตากแดด แต่ว่า วูบ เพราะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ แอบดีใจเล็กๆ เพราะคิดว่า สมองใหญ่ขึ้นจนเลือดไม่พอ! เยี่ยม! แต่มาคิดอีกที อย่าโกหกตัวเองเลยน่า รู้หรอกว่า สมองเราน่ะ เหมาะสมกับตัว (ตัวเล็ก!) หลังจากหน้ามืด เราล้มไปชนกับตู้ที่อยู่ปลายเตียง ทีนี้หน้าไม่ได้มืดอย่างเดียว เขียวด้วย! ความเจ็บก็ไม่ได้ทำให้หายมึนได้เล้ย สรุปว่า ออกไปไหนไม่รอด... ต้องนอนต่ออยู่ท่าเดิม (ท่าเดิม ท่าเดิม ท่าเดิมทั้งคืน กรู้ววว) ถ้าได้พักซักหน่อย อาการนี้คงหาย วันนี้เราได้รับรู้ความรู้สึกของเพื่อนคนนึง (อีกแล้ว) ความรักที่พะอืดพะอมของมัน กลืนเข้า คายออกแล้ว มันกลืนบ้าง คายบ้าง ดีใจที่มันค้นพบ (ซะที) ทั้งทางออก และความรู้สึกตัวเอง ดีใจที่รู้ว่ามันมีความสุข (ซะที) ดีใจที่ได้รู้ว่า คนสองคนที่รักกันได้อยู่ด้วยกัน ดีใจที่ต่อจากนี้ ชีวิตดีๆ และความรักดีๆ จะดำเนินต่อไปได้ อย่างไม่พะอืดพะอม รักกันดีๆ นะ เฮ้อ.... ขอโทษที วันนี้เราพะอืดพะอม 9月6日 ธรรมดาโลก?โลกนี้มันเป็นยังไงกันวะ? คนที่อยากได้ อยากมี กลับไม่ได้ ไม่มี เรื่องมันมีอยู่ว่า เพื่อนเราคนนึง แต่งงานและอยากมีลูกมาก ความพยายามในการมีลูกของมัน เป็นสิ่งที่เพื่อนๆ เห็นมานาน นานจนพลอยตื่นเต้นไปด้วยทุกครั้งที่มันมีข่าวมาบอก แต่ความพยายามของมันยังไม่เป็นผล เพือนอีกคน ไม่อยากมีลูก แต่เกิดพลาดท่า (หรือหลายท่า) สร้างชีวิตขึ้นใหม่ในร่างกายมัน มันตัดสินใจ รักษาชีวิตเดิมๆ ของมันไว้ แต่เอาชีวิตที่เพิ่งสร้างมาหมาดๆ ออก เพือนที่อยู่เมืองนอก ทำงานแทบตาย เพื่อเก็บเงินกลับเมืองไทย ในขณะที่ หลายคน ทำงานแทบตายเพื่อเก็บเงินไปเมืองนอก เรา ผู้หลงใหลทะเล อยากทำงานที่อยู่ใกล้ทะเล กับน้องชายที่ไม่ชอบทะเล และไม่กินอาหารทะเล กลับมีชีวิตติดชายหาด เช้าน้ำลง เย็นน้ำขึ้น แต่อยากทำงานอย่างที่เรากำลังทำอยู่ มันเป็นปกติโลก ธรรมดาโลกใช่ไหม? หรือเราแค่ไม่รู้จักพอ หรือเราไม่รู้จักปรับตัวกับสิ่งที่มีอยู่ให้ดีพอ หรือเราค้นพบว่า สิ่งที่มีอยู่ มันไม่ตอบความต้องการของเราจริงๆ หรือเรา... เรา หรือ โลกเรา? อตฺตาหิ อฺตตาโน นาโถวันนี้ได้รับรู้เรื่องราวของเพื่อนคนนึง เพื่อนที่เรารัก ได้รู้ ได้เห็น ความเป็นไปของมัน ตั้งแต่ความรักของมันยังตั้งไข่ จนตอนนี้ความรักของมันดูจะล้มลุกคลุกคลาน มันพยายามประคับประครองความรัก (โดยที่ตัวมันก็ไม่ได้อยากประคบประหงมนัก) แต่เแล้วเรื่องมันก็เลยเถิด จนเกินกว่าการควบคุมของตัวมันเองเพียงคนเดียว ก่อนหน้านี้ เราเคยเตือนมัน ตอนความรักยังไม่ฟักตัวว่า การแอบรัก แอบชอบ เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขโคตรๆ สุขคนเดียว เศร้าคนเดียว ไม่มีใครมาเดือดร้อนกับความสุขทุกข์นี้ จำความรู้สึกนี้ไว้นะ อย่าให้เลยเถิด เพราะสิ่งที่เลยไปจากนี้ มันไม่ใช่ความสนุกแล้ว มันไม่ใช่ความสุขอย่างที่เคยเป็น ที่สำคัญ สิ่งเลยเถิดนั้น มันไม่สามารถย้อนกลับมาได้เหมือนเดิม ความรู้สึกนั้นมันจะไม่หมือนเดิม เราเตือน ด้วยใจเป็นห่วง เพราะเห็นถึงสิ่งที่ตามมา เหมือนเดจาวู ยังไงยังงั้น วันนี้เราได้รับรู้สิ่งที่เราเคยคาดเดาไว้ สิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นกับใคร เพราะมันไม่สนุก เพราะมันไม่สุข มันคือความทุกข์ ของคนที่ติดอยู่ในบ่วงนี้ ระหว่างทางของการรับฟังความเจ็บปวดของมัน เราได้แต่รับฟัง รับรู้ อย่างเป็นห่วง เหมือนที่เคยเป็นมาตลอด เรารับรู้ได้ถึงบาดแผลที่ฝังรากหยั่งลึก บาดแผลที่ต้องใช้เวลารักษา อตฺตาหิ อฺตตาโน นาโถ ตัวเป็นที่พึ่งแห่งตน ใจตนเป็นที่พึ่งแห่งใจตน คงมีมันคนเดียวนั่นแหละที่จะเลียแผลตัวเองให้หายได้ แผลเป็นที่จะเกิดขึ้น อาจทำให้การวิ่งสนุกครั้งต่อไป มีความระแวงการล้มลงผสมอยู่มาก แต่ไม่ต้องห่วงหรอก กลไกการสมานแผลของร่างกายเรายังทำงานได้อยู่เสมอ อาจจะช้า เร็วต่างกัน แต่มันก็ยังคงรักษาตัวเองได้อัตโนมัติ อย่างไม่ต้องเรียกร้องอะไร เบตาดีน, smooth e, ฮีรูดอยล์ ก็มีวางขายมากมาย สักวันถ้าหาได้ว่า ยาตัวนี้ ที่ถูกกับตัวเอง วันนั้นแผลเป็นก็คงจะหาย หมายเหตุ ต้องทาด้วยตัวเองนะ จะได้ทาได้ถูกจุด 9月4日 ความแตกต่าง ที่ห่างกันนิดเดียวโดยเหตุบังเอิญ ทำให้เราเพิ่งคิดได้ว่า คำว่า tried พยายาม กับคำว่า tired เหนื่อย มันต่างกันนิดเดียว ขึ้นอยู่กับว่า เราจะให้ตัวอักษรชุดเดียวกัน สะกดมันอย่างไร 'พยายาม' สะกดให้ถูกนะ อย่าเพิ่ง 'เหนื่อย' |
|
|